* -

  แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2 3 ... 6
1  หมวดความรู้ทางทางพุทธศาสนา / ห้องแนวทางคิดดีได้ดี / วันวิสาขบูชา "วันสันติภาพโลก" เมื่อ: 04 มิถุนายน 2555 05:14:34 am



☼ ☼ ☼ ☼ วันวิสาขบูชา "วันสันติภาพโลก" ☼ ☼ ☼ ☼


      ஐ วันวิสาขบูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า 3 ประการ คือ เป็นวันประสูติ ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า และปรินิพพาน ஐ

      ☼ ความหมาย คำว่า "วิสาขบูชา" หมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือน 6 วิสาขบูชา ย่อมาจาก " วิสา - ขบุรณมีบูชา " แปลว่า " การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ " ถ้าปีใดมีอธิกมาส คือ มีเดือน 8 สองหน ก็เลื่อนไปเป็นกลางเดือน 7

      ☼ ความสำคัญ วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ คือเกิด ได้ตรัสรู้ คือสำเร็จ ได้ปรินิพพาน คือ ดับ เกิดขึ้นตรงกันทั้ง 3 คราวคือ

       1. เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะ ประสูติ ที่พระราชอุทยานลุมพินีวัน ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับเทวทหะ เมื่อเช้าวันศุกร์ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีจอ ก่อนพุทธศักราช 80 ปี

       2. เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะ ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าเมื่อพระชนมายุ 35 พรรษา ณ ใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ในตอนเช้ามืดวันพุธ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีระกา ก่อนพุทธศักราช 45 ปี หลังจากออกผนวชได้ 6 ปี ปัจจุบันสถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่า พุทธคยา เป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยา แห่งรัฐพิหารของอินเดีย

       3. หลังจากตรัสรู้แล้ว ได้ประกาศพระศาสนา และโปรดเวไนยสัตว์ 45 ปี พระชนมายุได้ 80 พรรษา ก็เสด็จดับขันธปรินิพพาน เมื่อวันอังคาร ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง ณ สาลวโนทยาน ของมัลลกษัตริย์ เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ (ปัจจุบันอยู่ในเมือง กุสีนคระ) แคว้นอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย

       ☼ นับว่าเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง ที่เหตุการณ์ทั้ง 3 เกี่ยวกับวิถีชีวิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีช่วงระยะเวลาห่างกันนับเวลาหลายสิบปี บังเอิญเกิดขึ้นในวันเพ็ญเดือน 6 ดังนั้นเมื่อถึงวันสำคัญ เช่นนี้ ชาวพุทธทั้งคฤหัสถ์ และบรรพชิตได้พร้อมใจกันประกอบพิธีบูชาพระพุทธองค์เป็นการพิเศษ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ พระปัญญาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณ ของพระองค์ท่าน ผู้เป็นดวงประทีปของโลก


2  หมวดความรู้ทางทางพุทธศาสนา / มุมคลิปการ์ตูนธรรมะ / เทปบันทึกรายการธรรมะติดปีก ตอน วันวิสาขบูชา : ท่าน ว.วชิรเมธี เมื่อ: 04 มิถุนายน 2555 05:13:46 am





ขออนุโมทนาสาธุๆๆ  →  เทปบันทึกรายการธรรมะติดปีก ตอน วันวิสาขบูชา

นำเสนอความสำคัญของวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญของโลก

 และร่วมถอดรหัสธรรมในความสำคัญดังกล่าวกับท่าน ว.วชิรเมธี


3  หมวดความรู้ทางทางพุทธศาสนา / มุมคลิปการ์ตูนธรรมะ / เพลงวันวิสาขบูชา เมื่อ: 04 มิถุนายน 2555 05:13:19 am




เพลงวันวิสาขบูชา

4  หมวดความรู้ทางทางพุทธศาสนา / ห้องแนวทางคิดดีได้ดี / "วันสำคัญของโลก" ( Vesak Day ) เมื่อ: 04 มิถุนายน 2555 05:12:32 am





※ "วันสำคัญของโลก" ( Vesak Day )※ ย้อนรำลึกวันวิสาขบูชาจากศรัทธาของ สังคมสู่มหาชน.สหประชาชาติ ※

           ※ "วันสำคัญของโลก" ( Vesak Day )※ ในแต่ละปีมี วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอยู่หลายวัน และในเดือนพฤษภาคมนี้ ก็มีวันที่สำคัญอย่างยิ่ง ทางพระพุทธศาสนาอีกวันหนึ่ง คือ วันวิสาขบูชา ซึ่งพุทธศาสนิกชนทั่วไป ก็คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า วันวิสาขบูชา คือวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ ณ ปัจจุบันนี้ วันวิสาขบูชา ไม่ได้เป็นเพียงแค่วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะองค์การสหประชาชาติ กำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากลของสหประชาชาติคือ※ "วันสำคัญของโลก" ( Vesak Day )※

         ※ "วันสำคัญของโลก" ( Vesak Day )※ เหตุผลที่องค์การสหประชาชาติ กำหนดให้วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญของโลก เนื่องจากคณะกรรมมาธิการ องค์การสหประชาชาติ ได้ร่วมพิจารณา และมีมติเห็นพ้องต้องกัน ประกาศให้วันวิสาขบูชา ถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของโลกทั้งนี้ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ทรงเป็นมหาบุรุษ ผู้ให้ความเมตตาต่อหมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายในโลก จะเห็นได้จากการยกเลิกแบ่งชนชั้นวรรณะ ซึ่งเท่ากับเป็นการเลิกทาส โดยไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อ

        ※ "วันสำคัญของโลก" ( Vesak Day )※ นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงเป็นนักอนุรักษ์สัตว์ป่าอีกด้วย กล่าวคือ ทรงสอนให้ไม่ฆ่าสัตว์ ให้รู้จักช่วยเหลือสัตว์ เหตุผลสำคัญ อีกประการหนึ่ง คือ พระองค์ ทรงเปิดโอกาสให้ทุกศาสนา สามารถเข้ามาศึกษาพุทธศาสนา เพื่อพิสูจน์หาข้อเท็จจริงได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ และทรงสั่งสอนทุกคน โดยใช้ปัญญาธิคุณ สอนโดยไม่คิดค่าตอบแทน คำว่า "วิสาขบูชา" ย่อมาจาก "วิสาขปุรณมีบูชา" แปลว่า การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ อันเป็นเดือนที่สอง ตามปฏิทินของอินเดีย ตรงกับวันเพ็ญเดือน 6 ตามปฏิทินจันทรคติของไทย (มักจะตรงกับเดือนพฤษภาคม หรือมิถุนายน) ถ้าในปีใดมีเดือน 8 สองหน ก็เลื่อนไปทำในวันเพ็ญเดือน 7

       ※ "วันสำคัญของโลก" ( Vesak Day )※ ประวัติความเป็นมาของวันวิสาขบูชาในประเทศไทย ปรากฏตามหลักฐานว่า ได้มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ซึ่งสันนิษฐานว่า คงจะได้แบบอย่างมาจากลังกา กล่าวคือ เมื่อประมาณ พ.ศ.420 พระเจ้าภาติกุราช กษัตริย์แห่งกรุงลังกา ได้ประกอบพิธีวิสาขบูชาอย่างมโหฬาร เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา กษัตริย์ลังกาในรัชกาลต่อๆ มา ก็ทรงดำเนินรอยตาม แม้ในปัจจุบัน ก็ยังถือปฏิบัติอยู่ในสมัยอยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ตอนต้น ด้วยอำนาจอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ เข้าครอบงำประชาชนคนไทย และมีอิทธิพลสูงกว่า อำนาจของพระพุทธศาสนา จึงไม่ปรากฎหลักฐานว่า ได้มีการประกอบพิธีบูชาในวันวิสาขบูชา

      ※ "วันสำคัญของโลก" ( Vesak Day )※ จนมาถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ.2360) ทรงดำริกับ สมเด็จพระสังฆราช (มี) สำนักวัดราชบูรณะ มีพระราชประสงค์จะให้ฟื้นฟู การประกอบพระราชพิธี วันวิสาขบูชาขึ้นใหม่ โดยสมเด็จพระสังฆราช ถวายพระพรให้ทรงทำขึ้น เป็นครั้งแรกในวันขึ้น 14 ค่ำ 15 ค่ำ และวันแรม 1 ค่ำ เดือน 6 พ.ศ.2360 และให้จัดทำตามแบบอย่าง ประเพณีเดิมทุกประการ เพื่อมีพระประสงค์ให้ประชาชน ประกอบการบุญการกุศล เป็นหนทางเจริญอายุ และอยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากทุกข์โศกโรคภัย และอุปัทอันตรายต่างๆ โดยทั่วหน้ากัน ฉะนั้น การประกอบพิธีในวันวิสาขบูชาในประเทศไทย จึงได้รื้อฟื้นให้มีขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 และถือปฏิบัติมาจวบจนกระทั่งปัจจุบัน

     ※ "วันสำคัญของโลก" ( Vesak Day )※ หลักธรรมสำคัญ ที่ควรนำมาปฏิบัติ เนื่องในวันวิสาขบูชาคือ อริยสัจ 4 คือ ความจริงอันประเสริฐ หมายถึงความจริงของชีวิตที่ไม่ผันแปร เกิดมีได้แก่ทุกคน มี 4 ประการ คือ

     ※ "วันสำคัญของโลก" ( Vesak Day )※ ทุกข์ ได้แก่ปัญหาของชีวิต พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ ก็เพื่อให้ทราบว่า มนุษย์ทุกคนมีทุกข์เหมือนกัน ทั้งทุกข์ขั้นพื้นฐาน และทุกข์เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตประจำวัน ทุกข์ขั้นพื้นฐานคือทุกข์ที่เกิดจาก การเกิด การแก่ และการตาย ส่วนทุกข์ที่เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตประจำวัน คือทุกข์ที่เกิด จากการพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ทุกข์ที่เกิดจากการประสบกับสิ่งที่ไม่เป็นที่รัก ทุกข์ที่เกิดจากไม่ได้ตั้งใจปรารถนา รวมทั้งทุกข์ที่เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตด้านต่างๆ อาทิ ความยากจน

-    ※ "วันสำคัญของโลก" ( Vesak Day )※สมุทัย คือ เหตุแห่งปัญหา พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ก็เพื่อให้ทราบว่า ทุกข์ทั้งหมดซึ่งเป็นปัญหาของชีวิต ล้วนมีเหตุให้เกิดเหตุนั้น คือ ตัญหา อันได้แก่ความอยากได้ต่างๆ ซึ่งประกอบไปด้วยความยึดมั่น

    ※ "วันสำคัญของโลก" ( Vesak Day )※- นิโรธ คือ การแก้ปัญหาได้ พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ ก็เพื่อให้ทราบว่า ทุกข์คือปัญหาของชีวิต ทั้งหมดที่สามารถแก้ไข ได้นั้นต้องแก้ไขตามทางหรือวิธีแก้ 8 ประการ ( ดูมัชฌิมาปฎิปทา )

   ※ "วันสำคัญของโลก" ( Vesak Day )※- มรรค การปฏิบัติเพื่อจำกัดทุกข์ เพื่อหลุดพ้นจากทุกข์ การปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหา เพื่อบรรลุเป้าหมายการแก้ปัญหาที่ต้องการ

   ※ "วันสำคัญของโลก" ( Vesak Day )※สำหรับเนื่องในกิจกรรมวันวิสาขบูชานั้น ทางราชการได้ประกาศชักชวนให้ประชาชน และหน่วยงานต่างๆ ทั้งเอกชน และราชการประดับตกแต่งอาคารสถานที่ด้วยธงชาติ ธงเสมาธรรมจักร จุดประทีปโคมไฟ แต่โดยทางปฏิบัติแล้ว ใช้หลอดไฟประดับหลากสี ในวันขึ้น 14-15 ค่ำ เดือน 6 นอกจากนี้ ยังมีการจัดงานส่งเสริมพระพุทธศาสนา ที่บริเวณท้องสนามหลวงเป็นประจำทุกปี ในแต่ละปีมีกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา หลากหลายหน่วยงาน ทั้งทางราชการ และเอกชน ทั้งฝ่ายบรรพชิต และคฤหัสถ์ ร่วมกันจัดงานอันยิ่งใหญ่ สร้างความศรัทธาให้แก่พุทธศาสนิกชนบำเพ็ญกุศล

   ※ "วันสำคัญของโลก" ( Vesak Day )※ มีการทำบุญตักบาตร ให้ทานรักษาศีลฟังธรรม สนทนาธรรม เวียนเทียน เจริญภาวนาเป็นที่ประทับใจยิ่ง สถานที่จัดกิจกรรมในวันวิสาขบูชา ที่ยิ่งใหญ่อีกแห่งหนึ่งก็คือ ณ บริเวณพุทธมณฑล ได้จัดกิจกรรมปฏิบัติธรรมทั้งฝ่าย พระสงฆ์ และฆราวาส มีจำนวนหลายหมื่นคน ได้ร่วมกันทำบุญตักบาตร ให้ทานรักษาศีล ฟังธรรม สนทนาธรรม และเจริญภาวนาแผ่เมตตา ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเนื่องในวันวิสาขบูชา ที่จะเวียนมาถึงซึ่งในปีนี้ ซึ่งตรงกับวันที่ 8 พฤษภาคม 2552 สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกท่าน ร่วมกันทำบุญตักบาตรในตอนเช้า ส่วนในช่วงเย็นร่วมกันเวียนเทียน เนื่องในวันวิสาขบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต และเพื่อดำรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่ตลอดไป

5  หมวดความรู้ทางทางพุทธศาสนา / ห้องแนวทางคิดดีได้ดี / สิ่งที่ควรทำในวันวิสาขบูชา เมื่อ: 04 มิถุนายน 2555 05:11:34 am



✿*゚’゚・✿.。✿☆ สิ่งที่ควรทำในวันวิสาขบูชา ☆✿*゚’゚・✿.。✿*

     ☆ วันวิสาขบูชานับว่าเป็นวันสำคัญสูงสุดในพระพุทธศาสนาเป็นวันที่ก่อให้เกิดพระพุทธเจ้า ผู้ตรัสรู้พระธรรมและนำมาสั่งสอนแก่สรรพสัตว์ และพระสงฆ์สาวกผู้สืบพระศาสนาต่อมาจนถึงปัจจุบัน

     ☆ ในวันนี้พุทธศาสนิกชนต่างพากันน้อมระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ด้วยการไปชุมนุมตามพระอารามต่าง ๆ เพื่อกระทำการบูชาปูชนียวัตถุอันได้แก่ พระธาตุเจดีย์หรือพระพุทธปฏิมา ที่เป็นพระประธานในพระอุโบสถอย่างใดอย่างหนึ่ง ด้วยเครื่องบูชามีดอกไม้ ธูปเทียน เป็นต้น เริ่มด้วยการสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย ด้วยบทสวดมนตร์ตามลำดับดังนี้คือ

☆ บทสรรเสริญ พระพุทธคุณ ด้วยบท " อิติปิโสภควา อรหังสัมมาสัมพุทโธ...พุทโธภควาติิ"

☆ บทสรรเสริญ พระธรรมคุณ ด้วยบท " สวากขาโต ภควตาธัมโม...วิญญูหิติ"

☆ บทสรรเสริญ พระสังฆคุณ ด้วยบท " สุปฏิปันโน ภควโตสาวกสังโฆ...โลกัสสาติ "

    ☆ จากนั้นก็จะกระทำ ประทักษิณ หรือที่เรียกว่า เวียนเทียน รอบพระธาตุเจดีย์ หรือพระพุทธปฎิมาในพระอุโบสถ ด้วยการเดินเวียนขวาสามรอบ รอบแรกจะสวดบทสรรเสริญพระพุทธคุณ รอบที่สองจะสวดบทสรรเสริญพระธรรมคุณ และรอบที่สามสวดบทสรรเสริญพระสังฆคุณ เมื่อครบ 3 รอบแล้วจึงนำดอกไม้ ธูป เทียน ไปบูชาพระธาตุเจดีย์ หรือพระพุทธรูปในพระอุโบสถ ณ ที่บูชาอันควรเป็นอันเสร็จพิธีเวียนเทียน

   ☆ จากนั้นก็จะมีการแสดงพระธรรมเทศนาในพระอุโบสถ ซึ่งปกติจะมีเทศน์ ปฐมสมโพธิ ซึ่งเป็นเรื่องพระพุทธประวัติตั้งแต่ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน พิธีเริ่มตั้งแต่ประชุมฟังพระทำวัตรสวดมนต์ แล้วจึงฟังเทศน์ซึ่งจะมีไปตลอดรุ่ง

    ☆ วันวิสาขบูชาจึงเป็นวันที่พุทธศาสนิกชน ได้บำเพ็ญประโยชน์ตน และสืบต่อพระพุทธศาสนา ให้ดำรงคงอยู่อย่างถูกต้องตรงทาง เพื่อประโยชน์สุขของตนและของผู้อื่นตลอดชั่วกาลนาน



6  หมวดความรู้ทางทางพุทธศาสนา / ห้องแนวทางคิดดีได้ดี / สวดมนต์ข้ามปี 2555 เมื่อ: 30 ธันวาคม 2554 01:20:24 am

            "การสวดมนต์ข้ามปี" ถือปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมศรัทธาในพระพุทธคุณ ตัดความโลภ โกรธ หลง ทำจิตใจให้ตั้งมั่นอยู่ในความดี พร้อมรับสิ่งดีในปีที่กำลังจะมาถึง ใครอยาก "countdown" กันแบบสงบและเปี่ยมล้นด้วยความสุขใจ ส่งท้ายปี 2011 ก็ให้เลือกธรรมสถานอันใกล้ สะดวกกาย สบายใจ ละกันนะ

           สวดมนต์ข้ามปี วัดสุทัศนเทพวราราม (เสาชิงช้า) จัดงานส่งท้ายปีเก่า – ต้อนรับปีใหม่ 2554 เพื่อความเป็นสิริมงคล ในระหว่างวันที่ 30 ธ.ค. – 3 ม.ค. โดยพิธีสำคัญในวันที่ 31 ธ.ค. เวลา 16.09 น. บวงสรวงเทพยดา เวลา 17.09 น. สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ เจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ฯ จุดเทียนชัย พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 9 รูป เจริญพระพุทธมนต์ เวลา 19.09 น. ฟังพระธรรมเทศนา 2 ธรรมาสน์ แสดงโดยพระราชวิจิตรปฎิภาณ(เจ้าคุณพิพิธ) พระมหา ดร.กรวิก อหึสโก เวลา 00.00 น. พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา สาธุชนรับการประพรหมน้ำพระพุทธมนต์ และร่วมรับวัตถุมงคลเป็นที่ระลึก

           สวดมนต์ข้ามปี วัดเทวราชกุญชรจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ รับความเป็นสิริมงคล ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2555 ณ พระอุโบสถวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร ในวันที่ 31 ธันวาคม 2554 เริ่มตั้งแต่เวลา 20.30 น. เป็นต้นไป นอกจากนี้ในวันเดียวกันยังมีกิจกรรมตลอดทั้งวัน เช่น กราบขอพรและถวายผ้าไตรพระพุทธเทวราชปฏิมากร ที่พระอุโบสถ อธิษฐานขอน้ำทิพย์มนต์ และกราบพระพุทธรูป 9 สมัย ที่พระวิหาร ไหว้พระบัวเข็ม ชนะมารบันดาลโชค ที่มณฑปจตุรมุข และนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ พระรูปสมเด็จพระสังฆราช ที่พิพิธภัณฑ์สักทองวัดเทวราชกุญชร วรวิหาร

         สวดมนต์ข้ามปี วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีตั้งแต่เวลา 16.00 น. ของวันที่ 31 ธ.ค. จนลุเข้าศักราชใหม่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และร่วมบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ณ พระบรมบรรพต (ภูเขาทอง) และจะมีพิธีสวดนพเคราะห์ พร้อมรับผ้ายันต์มงคล และน้ำพระพุทธมนต์มหาสมัยสูตร อันศักดิ์สิทธิ์ที่มีอายุกว่าร้อยปี เพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งชีวิต นอกจากนี้วันที่ 30,31 ธันวาคม 2554 และวันที่ 1 มกราคม 2555 ตั้งแต่เวลา 07.30 น. เป็นต้นไป ขอเชิญพุทธศาสนิกชน จารึกชื่อ นามสกุล ของตนเอง และญาติ มิตร บนแผ่นดวง ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์นพเคราะห์ ณ พระวิหารพระอัฏฐารสฯ แล้วนำขึ้นไปวาง ณ สะดือเมือง บนยอดพระบรมบรรพต (ภูเขาทอง) เป็นการฝากดวงไว้กับพระบรมสารีริกธาตุเพื่อความเป็นสิริมงคลสูงสุด

        สวดมนต์ข้ามปี วัดไตรมิตรวิทยารามจัดสวดนพเคราะห์ เจริญพระพุทธมนต์ข้ามปี เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00น. วันที่ 31 ธ.ค. 54 เพื่อร่วมสร้างบุญสร้างกุศลเนื่องในวันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่

         สวดมนต์ข้ามปี วัดราชาธิวาสวิหารจัดตั้งแต่เวลา 18.00 น. สวดมนต์ทำวัตรเย็น ณ พระอุโบสถ เวลา 20.00 น. การแสดงศิลปวัฒนธรรม เวลา 21.00 น. รายการธรรมะออนไลน์ เรื่อง “คิดอย่างไทย ทำอย่างไทย ได้อะไรบ้าง” พระสงฆ์จำนวน 84 รูป เจริญพระพุทธมนต์ มหาสมัยสูตร และเวลา 23.30 น. เจริญจิตตภาวนา พระสงฆ์เจริญมงคลคาถา และปะพรมน้ำพระพุทธมนต์ เสร็จพิธีในเวลา 01.00 น. ของวันใหม่

        สวดมนต์ข้ามปี วัดพระเชตุพนวิมลสังคลาราม จะมีการสวดนพเคราะห์ถึงตอนเช้า สวดชยันโตตอนเวลา 0.00 น .เป็นต้นไป

         สวดมนต์ข้ามปี วัดปากน้ำภาษีเจริญจะเริ่มพิธีเจริญพระพุทธมนต์ข้ามปีตั้งแต่เวลา 23.45 น. คืนวันที่ 31 ธ.ค. จนข้ามปีถึงวันที่ 1 ม.ค. 2555 จากนั้นจะมีการปะพรมน้ำพระพุทธมนต์โดยสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ

สวดมนต์ข้ามปี วัดราชโอรสารามเขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร จัดกำหนดการส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2555 วันที่ 31 ธันวาคม 2554 เวลา 20.00 น. – พิธีเจริญพระพุทธมนต์ , เจริญจิตตภาวนา, ธรรมบรรยาย, เวลา 24.00 น. พิธีเจริญชัยมงคลคาถา ต้อนรับปีใหม่ 2555, ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เป็นเสร็จพิธี


ที่มา...travel.mthai.com
7  หมวดความรู้ทางทางพุทธศาสนา / ห้องแนวทางคิดดีได้ดี / พระโอวาทวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๕๕ สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เมื่อ: 23 ธันวาคม 2554 07:52:29 pm

            สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระโอวาทวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2555 ขอให้คนไทยทุกคนน้อมนำพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้ามาประพฤติปฏิบัติเป็นประจำวัน และประสบสันติสุขทั่วกัน พร้อมขอให้รำลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเนื่องในโอกาสที่ปี 2555 เป็นปีที่พระพุทธศาสนาประดิษฐานอำนวยสันติสุขแก่ชาวโลกยาวนานถึง 2,600 ปี

             สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระโอวาทวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2555 ความว่า “ขออำนวยพรสาธุชนทั้งหลาย ตามคตินิยมของคนไทยทั่วไป เมื่อปีเก่าผ่านไปและปีใหม่กำลังมาถึง ต่างก็ปีติยินดี เพราะเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายว่า รอบปีหนึ่งของชีวิตได้ผ่านพ้นไปโดยสวัสดีมีสุข เป็นเหตุให้ชีวิตผ่านพ้นมาถึงช่วงปีใหม่ อันจะเป็นรอบใหม่ของชีวิต ที่ทุกคนต่างมุ่งหวังและปรารถนาที่จะให้ดำเนินไปด้วยความสวัสดีมีสุขยิ่ง ๆ ขึ้นไป

              สำหรับประชาชนชาวไทย ในรอบปีที่ผ่านมาคือ พุทธศักราช 2554 นับเป็นปีมหามงคลสำหรับชาวไทยทั้งมวล เพราะเป็นมหามงคลวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นที่ปลื้มปีติของพสกนิกรถ้วนหน้า และต่างพร้อมใจกันเฉลิมฉลองถวายพระพรชัยมงคล ให้ทรงเจริญพระราชสิริสวัสดิพิพัฒนมงคลพระชนมสุขตลอดจิรัฐติกาล

               และในรอบปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง คือ พุทธศักราช 2555 ก็นับได้ว่าเป็นปีมหามงคลสำหรับชาวไทยอีกวาระหนึ่ง เพราะเป็นปีที่พระพุทธศาสนาประดิษฐานอำนวยสันติสุขแก่ชาวโลกเป็นเวลายาวนาน ต่อเนื่องมาครบ 26 ศตวรรษ 2600 ปี พุทธศาสนิกชนทั่วโลกจึงจัดให้มีการเฉลิมฉลอง อันเป็นการรำลึกพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์ เพื่อให้สถิตดำรงอยู่คู่โลกตลอดกาลนาน

              การที่ชีวิตและวันเดือนปีจะดำเนินไปโดยสวัสดีได้นั้น ควรที่ทุกคนจะได้เรียนรู้และน้อมนำเอาพระธรรมคำสอนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ตรัสสั่งสอนไว้มาประพฤติปฏิบัติเป็นประจำวัน เพราะพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนไว้นั้น คือ ความจริงของชีวิต ที่ทุกคนควรรู้ควรปฏิบัติ ซึ่งเมื่อน้อมนำมาปฏิบัติจริง ก็ย่อมจะให้ผลดีจริงแก่ชีวิตตามควรแก่การปฏิบัติ

            เนื่องในวาระดิถีวันขึ้นปีใหม่พุทธศักราช 2555 ขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและพระราชกุศลบารมี อำนวยให้สมเด็จพระบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้าทั้งสองพระองค์ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์เจริญพระราชสิริสวัสดิพิพัฒนสุขทุกประการ

              ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและบุญกุศล อำนวยอวยพรชัยให้ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า เจริญอายุ วรรณ สุข พล และประสบสันติสุขทั่วกัน

 ขออำนวยพร



8  เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว / เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว / พระเทพฯพระราชทานพรปีใหม่ เมื่อ: 23 ธันวาคม 2554 07:13:37 pm





               สมเด็จพระเทพฯพระราชนิพนธ์เป็นบทกวีพระราชทานพรปีใหม่ พร้อม ส.ค.ส. ภาพฝีพระหัตถ์พญานาค 2 ตัวกำลังว่ายอยู่บนผิวน้ำ

                เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระปีใหม่ โดยพระราชนิพนธ์เป็นบทกวีความว่า

                 "กระต่ายน้อยลอยคอตามน้ำไหล   

                ไดอารี่ไม่มีให้ดังแต่ก่อน

                ยามยากมีแต่สมุดคำอวยพร         

                แสดงความอาทรเอื้ออนันต์

                ปีมะโรงผ่านพ้นอุปสรรค             

                จงประสบสิ่งดีนักสุขครบสรรพ์

                ของูใหญ่ให้ลาภเราทุกวัน           

                รื่นเริงกันเริ่มศกใหม่พร้อมชัยเอย"

                พร้อมกันนี้พระราชทานภาพฝีพระหัตถ์พญานาค 2 ตัวกำลังว่ายอยู่บนผิวน้ำ โดยทั้งบทกวีลายพระหัตถ์และภาพฝีพระหัตถ์อัญเชิญลงในสมุดบันทึก  เล่มใหญ่ขนาด 12X 17 ซม.จำนวน 208 หน้า และเล่มเล็กขนาด  8.5x12 ซม.จำนวน 208 หน้า ปก 4 สีหุ้มแลคซีน ปั๊มฟอยส์สีจำหน่ายราคาชุดละ 240 บาท พร้อมกล่องลูกฟูก ที่มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า วังสระปทุม โทร.0-2252-9137 0-2251-3999 ต่อ 201,202 และร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป


ที่มา....komchadluek.net





9  เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว / เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว / Re: ร้อยรักร้อยดวงใจเทิดไท้องค์ราชันย์ศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ เมื่อ: 01 ธันวาคม 2554 02:06:38 am




พระมหากษัตริย์ ที่พรั่งพร้อมด้วย ทศพิธราชธรรม

ขอพระองค์ " ทรงพระเจริญ "ยิ่งยืนนาน

 ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท จะขอเป็นข้าพระบาททุกชาติไป 


10  เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว / เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว / ร้อยรักร้อยดวงใจเทิดไท้องค์ราชันย์ศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ เมื่อ: 01 ธันวาคม 2554 02:05:06 am







ชาติไทยผ่านพ้นวิกฤตมาหลายคราด้วยพระบารมีของล้นเกล้าฯ

 ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย

ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทย

 ความจงรักภักดีต่อสถาบันอันสูงสุด ถือว่าเป็นหน้าที่หนึ่งของคนไทยทุกคน

เรารักในหลวง "ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน"





11  เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว / เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว / 21 ตุลาคม วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ และวันอาสาสมัครไทย เมื่อ: 21 ตุลาคม 2554 01:15:12 pm



                            21 ตุลาคม วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ และวันอาสาสมัครไทย ร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่า ด้วยการอาสาหรือสนับสนุนกลุ่มอาสาสมัครช่วยเหลือสังคมไทย

                      การสังคมสงเคราะห์คือการช่วยเหลือเกื้อกูล กันให้ทุกคนอยู่ใน สังคมไทยได้อย่างมีความสุขและให้ทุกคนมีความสามารถ รวมถึงพัฒนาสังคมให้มีความเจริญก้าวหน้าด้วย

การสังคมสงเคราะห์

        การสังคมสงเคราะห์มีในประเทศไทยเป็นเวลานานมาแล้ว สมัยก่อนนี้ "วัด" เป็นศูนย์กลางของการสังคมสงเคราะห์ ปัจจุบันนี้มีทั้งภาครัฐบาล และภาคเอกชน ทางฝ่ายรัฐนั้นมีหน่วยงานที่ร่วมรับผิดชอบเกี่ยวกับความผาสุกของประชาชนชาว ไทย คือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข โดยมีกรมประชาสงเคราะห์ แห่งกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ดำเนินงานและรับผิดชอบโดยตรง

        ส่วนภาคเอกชนนั้นกระทำการสังคมสงเคราะห์โดยการจัดตั้งเป็น สมาคมและมูลนิธิเพื่อการกุศล ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นองค์การที่ตั้งขึ้นโดยประชาชน เป็นของประชาชนและทำงานเพื่อประชาชนโดยแท้ ในปัจจุบันนี้มีจำนวน ประมาณ 10,000 องค์การ ที่ช่วยรัฐและหน่วยงานของรัฐให้บริการสังคม- สงเคราะห์ ซึ่งให้สวัสดิการทางสังคมแก่ประชาชนเพื่อให้สังคมพัฒนาไปสู่ความเจริญก้าว หน้าตามเป้าหมายที่ต้องการได้



พระราชดำริ


        สมาคมและมูลนิธิหลายองค์การได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริ หรือได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมและมูลนิธิเหล่านี้ได้ทำงานที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติ เป็นเอนกประการ ทั้งในการสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อน ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคม รวมทั้งการพัฒนาสังคมด้านต่างๆ เช่น มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิอานันทมหิดล เป็นต้น

องค์การเพื่อการสังคมสงเคราะห์

        มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ และสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ เป็นองค์การที่ทำงานเพื่อการสังคมสงเคราะห์โดยแท้ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ หมายถึงมูลนิธิที่พระมหากษัตริย์และประชาชนร่วมกันจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยผู้ ที่ประสบสาธารณภัยทั่วประเทศ มูลนิธินี้ถือกำเนิดขึ้นเนื่องมาจากการเกิดวาตภัยและอุทกภัยขึ้นในจังหวัด ภาคใต้เมื่อ พ.ศ. 2505 ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงนำประชาชนให้ช่วยเหลือพี่น้องร่วมชาติ ผู้ ประสบเคราะห์กรรมเหล่านั้น ได้รับการบริจาคเฉพาะเงินสดถึง 11 ล้านบาท หลังจากที่พระราชทานช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหล่านั้นแล้ว ยังเหลือเงินอยู่อีกถึง 3 ล้านบาท จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้จัดตั้งเป็น มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ขึ้น

        สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานเงินจำนวนหนึ่งล้านบาทเป็นทุนริ เริ่มการสร้างตึกทำงานของสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และได้พระราชทานนามตึกนี้ว่า "ตึกมหิดล" เพื่อเทิดทูนพระเกียรติคุณในด้านสังคมสงเคราะห์ของสมเด็จพระบรมราชชนก โครงการที่สำคัญที่สุดของสภาสังคมสงเคราะห์ฯ คืออุดมการณ์ที่รัฐรับเป็นอุดมการณ์ของชาติ คือ "โครงการแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง" ซึ่งมีที่มาจากพระบรมราชปณิธานในพระปฐมบรมราชโองการที่ว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" โดยพระราชดำรัสที่ว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม" เป็นที่มาแห่ง "แผ่นดินธรรม" ส่วนพระราชดำรัสที่ว่า "เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" เป็นที่มาแห่ง "แผ่นดินทอง"


วันสังคมสงเคราะห์

        ใน พ.ศ. 2528 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนางาน สังคมสงเคราะห์แห่งชาติ ให้กำหนดวันที่ 21 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จย่า เป็นวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ ด้วยเหตุผลที่ว่าพระองค์ทรงอุทิศพระวรกายและเวลา เพื่อประโยชน์ให้บังเกิดแก่ประชาชนตลอดมา โดยมิได้ทรงเห็นแก่ความเหนื่อยยาก สมควรเป็นปูชนียบุคคลที่นักสังคมสงเคราะห์ควรถือเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติ งานของตนต่อไป ดังนั้นในวันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี ภาครัฐบาลและภาคเอกชนจึงได้ร่วมกันจัดงานแสดงกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับการสังคมสงเคราะห์ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่าโดยไม่ เลือกเชื้อชาติศาสนา

การประกันสังคม

        มีการสังคมสงเคราะห์อีกประเภทหนึ่งคือการประกันสังคม หรือการสร้างความมั่นคงในสังคมร่วมกัน แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายประกันสังคมแล้วตั้งแต่ พ.ศ. 2497 แต่ไม่สามารถบังคับใช้ได้เพราะมีปัญหาเรื่องนโยบาย อย่างไรก็ตามได้มีประกาศใช้กฎหมายแรงงาน เมื่อ พ.ศ. 2515 โดยกำหนดให้มีการจัดตั้งสำนักงานกองทุนเงินทดแทนในกรมแรงงาน ให้ทำหน้าที่เรียกเก็บเงินสมทบจากนายจ้างและสถานประกอบการที่มีลูกจ้าง 20 คนขึ้นไป เพื่อนำมาจ่ายเป็นค่าทดแทนแก่ลูกจ้างซึ่งประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจาก การทำงานให้นายจ้าง ทำให้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของลูกจ้างในระหว่างที่เจ็บป่วยต้องหยุดงาน และในกรณีทุพพลภาพก็สามารถมีรายได้ไปใช้ สอยเลี้ยงดูครอบครัว

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

- เครือข่ายข้อมูลกาญจนาภิเษก
- อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
- คลังปัญญาไทย
12  เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว / เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว / Re: 21 ตุลาคม วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ เมื่อ: 21 ตุลาคม 2554 01:14:28 pm

สถานการณ์สุขภาพช่องปากในไทย

        กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพและสุขภาพช่องปากดี ตามพระปณิธานของสมเด็จย่า สุขภาพช่องปากก็เป็นส่วนหนึ่งของสุขภาพร่างกายที่มีความสัมพันธ์กับสุขภาพ และคุณภาพชีวิต ซึ่งมีกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2547 ว่า "คนเราเวลาไม่มีฟัน กินอะไรก็ไม่อร่อย ทำให้ไม่มีความสุข จิตใจก็ไม่สบาย ร่างกายก็ไม่แข็งแรง"

        กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศยุทธศาสตร์ "เมืองไทยแข็งแรง" เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งกำหนดให้คนไทยควรมีอายุขัยเฉลี่ย 80 ปี อยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและมีคุณภาพชีวิต ซึ่งถ้าคิดตามกระแสพระราชดำรัสแล้ว ผู้ที่มีอายุ 80 ปี ฟันจะต้องดีด้วย สำหรับใช้เคี้ยวอาหารเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต

        กรมอนามัย โดยกองทันตสาธารณสุข ได้ทำการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากของประชาชนเป็นประจำทุก 5 ปี ครั้งล่าสุดในปี พ.ศ. 2543-2544 พบว่าโรคฟันผุในฟันน้ำนมมีความชุกและความรุนแรงสูง เด็กอายุ 5-6 ปี มีฟันน้ำนมผุร้อยละ 87 และที่ผุเกือบทั้งหมดไม่ได้รับการรักษา ฟันแท้ของเด็กอายุ 12 ปี ผุร้อยละ 57 ผุมากที่สุดที่ฟันกรามถาวรซี่ที่ 1 และ 2 กลุ่มผู้ใหญ่อายุ 35-44 ปี จะเริ่มพบการผุที่รากฟันและพบสภาวะปริทันต์อักเสบ ทำให้เกิดการละลายของกระดูกหุ้มรากฟัน ฟันโยก และสูญเสียฟันในที่สุด สำหรับกลุ่มผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป ปัญหาหลักได้แก่ ความทุกข์ทรมานจากการสูญเสียฟันจนไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้

        ร้อยละ 96 ของผู้สูงวัยมีการสูญเสียฟันอย่างน้อย 1 ซี่ สูญเสียฟันทั้งปากและต้องใส่ฟันเทียมทดแทนร้อยละ 5 หรือประมาณ 3 แสนคน ผู้ที่มีฟันก็พบโรคฟันผุ โรคเหงือกอักเสบ ที่เป็นสาเหตุให้สูญเสียฟันเพิ่มขึ้นได้ทั้งสิ้น ทั้งนี้เนื่องมาจากพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากที่ไม่เหมาะสม หรือเหมาะสมแต่ไม่สม่ำเสมอมาตั้งแต่วัยเด็ก

การสืบสานพระปณิธาน

        กรมอนามัยจึงได้จัดโครงการส่งเสริมและป้องกันโรคในช่องปาก เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงตามกลุ่มวัยต่างๆ มาโดยตลอด ทั้งพฤติกรรมการทำความสะอาดฟัน ลดการบริโภคอาหารหวาน หรือขนมของเด็ก พฤติกรรมการรับบริการเพื่อการป้องกันโรคในช่องปาก ทั้งเด็กปฐมวัย เด็กวัยเรียน ที่ดำเนินการร่วมกับมูลนิธิพอ.สว. อาทิเช่น การเฝ้าระวังทางทันตสาธารณสุขในโรงเรียนประถมศึกษาเพื่อจัดบริการทั้งการส่ง เสริม ป้องกัน และรักษาโรคในช่องปากแก่เด็กนักเรียน รวมทั้งเน้นให้เด็กรู้จักใช้แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สามารถแปรงฟันได้ถูกวิธี ดูแลรักษาสุขภาพเหงือกและฟันด้วยตนเอง

        การรณรงค์ "ฟันสะอาด เหงือกแข็งแรง" ในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจ และมีพฤติกรรมที่ถูกต้องในการดูแลรักษาเหงือกและฟันของตนเอง โดยการสอนและฝึกทักษะในการแปรงฟัน รวมทั้งทดสอบประสิทธิภาพหลังการแปรงฟันด้วยการใช้เม็ดสีย้อมคราบจุลินทรีย์ บนตัวฟัน

        การรณรงค์ใช้สารเคลือบหลุมร่องฟันป้องกันฟันผุในฟันกราม ถาวรซี่ที่ 1 ของเด็กอายุ 5-7 ปี ซึ่งเป็นฟันที่พบการผุมากที่สุด เนื่องจากฟันซี่นี้ขึ้นในช่วงเวลาที่เด็กยังเล็ก และไม่ให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดฟัน การเคลือบหลุมร่องฟันจะเป็นมาตรการป้องกันฟันผุด้านบดเคี้ยว ที่เป็นที่ยอมรับว่ามีประสิทธิผลสูงสุดตราบเท่าที่สารเคลือบหลุมร่องฟันยัง คงยึดติดกับผิวฟัน

        โครงการ "แม่ลูกฟันดี 102 ปีสมเด็จย่า" เพื่อควบคุมโรคฟันผุสำหรับเด็กปฐมวัย โดยการปรับพฤติกรรมแม่ในการดูแลตนเองและลูก เริ่มตั้งแต่ฟันที่เริ่มสร้างเมื่ออยู่ในครรภ์ ซึ่งเป็นกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากในหญิงตั้งครรภ์ และให้บริการตรวจเฝ้าระวังทันตสุขภาพ จัดบริการป้องกันรักษาตามจำเป็นแก่ลูกตั้งแต่แรกเกิดอย่างต่อเนื่องจนถึง 3 ปี

        การสนับสนุนกิจกรรมรณรงค์ทางทันตสาธารณสุขเนื่องในวันทันต สาธารณสุขแห่งชาติในวันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี โครงการและกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้เป็นที่มาของกิจกรรมการดำเนินงานทันตสาธารณสุขในปัจจุบัน ของกรมอนามัยที่ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากหน่วยงานและองค์กรที่ เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาสุขภาพช่องปากของประชาชน ทั้งการจัดกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน การส่งเสริมสุขภาพช่องปากแก่หญิงมีครรภ์ การแปรงฟันหลังอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา การงดจำหน่ายขนมหรือน้ำอัดลมที่เสี่ยงต่อการเกิดฟันผุในโรงเรียน การรณรงค์เคลือบหลุมร่องฟันตามโครงการ "ยิ้มสดใส เด็กไทยฟันดี"

        สำหรับวัยทำงาน มีคลินิกอดบุหรี่เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคปริทันต์และมะเร็งช่องปาก และสำหรับกลุ่มผู้สูงวัย กระทรวงสาธารณสุขได้จัดโครงการฟันเทียมพระราชทานเฉลิมพระเกียรติพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และในวาระมหามงคล 80 พรรษาในปี พ.ศ. 2550 โดยมีกรมอนามัยเป็นหน่วยประสานการดำเนินงาน ทั้งนี้เพื่อลดการสูญเสียฟัน และใส่ฟันเทียมทดแทนให้กับผู้สูงอายุที่สูญเสียฟัน

        นอกจากนี้ยังได้จัดการดูแลมาตรฐานผลิตภัณฑ์เพื่อคุ้มครอง ผู้บริโภค เช่น จัดทำมาตรฐานปริมาณฟลูออไรด์ในยาสีฟัน ในน้ำบริโภค จัดทำมาตรฐานคุณภาพขนแปรงและการตรวจสอบคุณภาพที่กรมอนามัย เป็นต้น

การสนับสนุนให้เกิดการดูแลสุขภาพในช่องปาก

        นอกจากการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมป้องกันโรคในช่องปากแก่ประชาชน แล้ว กรมอนามัยยังสนับสนุนกิจกรรมรณรงค์ทางทันตสาธารณสุข เนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2549 ได้จัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จย่า นิทรรศการเพื่อการดูแลสุขภาพและสุขภาพช่องปาก แปรงสีฟันและยาสีฟันเก่าแลกของใหม่

        นอกจากนี้กรมอนามัยยังพบว่ามีผู้สูงอายุอีกกลุ่มหนึ่งที่ สามารถดูแลสุขภาพช่องปากตนเองอย่างถูกต้อง สม่ำเสมอ ตั้งแต่วัยเด็ก สมควรเป็นแบบอย่างที่ดีในการดูแลสุขภาพช่องปากแก่ลูกหลาน แม้ว่าจะมีน้อยมาก แต่ก็ยังพบว่ามีอยู่ทุกภาคในประเทศไทย จึงได้จัดให้มีการประกวด "10 ยอดฟันดี วัย 80 ปี" ขึ้นทุกปี เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ "เมืองไทยแข็งแรง" ของกระทรวงสาธารณสุข ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมการประกวดเป็นผู้ที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป มีสุขภาพแข็งแรง มีฟันดีอย่างน้อย 24 ซี่ มีอนามัยช่องปากดี


เหล่านี้เป็นกิจกรรมเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จย่า พระมารดาแห่งการสาธารณสุขไทยทั้งสิ้น

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

- กองทันตสาธารณสุข กรมอนามัย

- ครอบครัวสุขภาพฟันดี
13  เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว / เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว / 21 ตุลาคม วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ เมื่อ: 21 ตุลาคม 2554 01:14:00 pm






        จากการที่สมเด็จย่าทรงพระเมตตาอยากให้ปวงประชามีฟันดี จึงทรงทรงก่อตั้งหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีขึ้น ซึ่งเรียกกันย่อๆ ว่า "พอ.สว." ก็เพื่อให้การรักษาพยาบาลแก่ประชาชนในถิ่นทุรกันดาร โดยพระองค์เป็นนายิกากิตติมศักดิ์ พระองค์ทรงสนพระทัยในเรื่องบริการทันตกรรมเป็นพิเศษ ได้ทรงกำชับไว้ว่า "ต้อง มีทันตแพทย์ไปช่วยชาวบ้านทุกครั้ง เนื่องจากคนไข้ในท้องถิ่นทุรกันดาร เมื่อมีโรคฟันจะต้องทนทุกข์ทรมานและไม่สามารถช่วยตนเองได้ ดังนั้นต้องให้มีทันตแพทย์ไปช่วยโดยด่วน" ทันตบุคลากรจึงเป็นส่วนหนึ่งของทีมอาสาสมัครของหน่วยแพทย์พอ.สว. ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 เป็นต้นมา

ที่มาของวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ

        จนในปี พ.ศ. 2529 มูลนิธิพอ.สว. ได้ประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุข คณะทันตแพทยศาสตร์ ทุกมหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร และทันตแพทยสมาคมฯ เริ่มจัด "กิจกรรมรณรงค์ทางทันตสาธารณสุข" เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันพระราชสมภพ 21 ตุลาคม โดยระดมทันตบุคลากรอาสาสมัครทั้งภาครัฐ และเอกชนทั่วประเทศ ออกให้บริการตรวจรักษาโรคในช่องปาก โดยไม่คิดมูลค่าแก่ประชาชนในถิ่นทุรกันดาร 48 จังหวัด และได้จัดกิจกรรมนี้ต่อเนื่องทุกปี จนถึงปี พ.ศ. 2532 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้วันที่ 21 ตุลาคม เป็น "วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ"

        จึงถือได้ว่าวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ มีที่มาจากพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ต่อราษฎรผู้ทุกข์ทรมานด้วยโรคฟัน ซึ่งหลังจากพระองค์ท่านเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงดำรงตำแหน่งองค์ประธานกิตติมศักดิ์สืบต่อมา

สืบสานพระปณิธานของสมเด็จย่า

        โครงการด้านทันตสาธารณสุขต่างๆ ที่พระองค์และมูลนิธิพอ.สว. ให้การสนับสนุน เป็นโครงการหรือกิจกรรมที่แก้ปัญหาสุขภาพช่องปากของประชาชนอย่างแท้จริงและ ครบวงจร ทั้งการรักษาโรคในช่องปาก การจัดบริการทันตกรรมป้องกัน การส่งเสริมให้เกิดการดูแลสุขภาพช่องปากตนเอง

        กระทรวงสาธารณสุขได้สืบสานพระปณิธานดังกล่าว ด้วยการศึกษาสถานการณ์สุขภาพช่องปากของประชาชนไทยเพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหา และพบว่าโรคในช่องปากทั้งฟันผุ เหงือกอักเสบ สภาวะปริทันต์อักเสบ มีความชุกสูง เป็นโรคที่พบได้ทุกเพศทุกวัย แต่ขณะเดียวกันก็เป็นโรคที่ป้องกันได้ สาเหตุมาจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทั้งการบริโภคอาหารหวาน การทำความสะอาดฟันที่ไม่ถูกวิธี การไปรับบริการทางทันตกรรมเฉพาะเมื่อปวดฟัน เป็นต้น

        ดังนั้นเพื่อลดการสูญเสียฟัน กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องผลักดัน โครงการสำคัญต่างๆ ซึ่งในปี พ.ศ. 2550

   
      ร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการ สร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสหวิชาชีพ ในเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน เพื่อลดการบริโภคอาหารหวาน โดยเฉพาะในเด็กเล็กและเด็กวัยเรียน
   
      ร่วมกับภาคี มหาวิทยาลัย องค์กรท้องถิ่น และภาคเอกชน เพื่อรณรงค์แปรงฟันในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

      ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ ในการรณรงค์ให้เด็กประถมศึกษาได้ฝึกทักษะการแปรงฟันอย่างถูกวิธี และได้รับบริการเคลือบหลุมร่องฟันเพื่อป้องกันฟันผุ

        สำหรับผู้สูงวัยที่ปัจจุบันมีการสูญเสียฟันไปแล้ว กระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับหน่วยทันตกรรมพระราชทาน มูลนิธิพอ.สว. คณะทันตแพทยศาสตร์ ทุกมหาวิทยาลัย หน่วยบริการทุกกระทรวง จัดบริการใส่ฟันเทียมตามโครงการฟันเทียมพระราชทาน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และในวาระมหามงคล 80 พรรษา ในปี พ.ศ. 2550 นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขกำลังดำเนินการหามาตรการป้องกันการสูญเสียฟันที่ เหมาะสมแก่ผู้สูงวัย


กิจกรรมรณรงค์

        วันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า พระผู้อยู่ในความทรงจำของประชาชนชาวไทย ภาพในความทรงจำของปวงชนชาวไทย คือภาพที่พระองค์ทรงเสด็จเยี่ยมราษฎรในชนบทห่างไกล พร้อมหน่วยแพทย์พอ.สว. ซึ่งมีทันตแพทย์ให้บริการตรวจและรักษาโรคในช่องปากแก่ประชาชนในท้องถิ่น ทุรกันดารห่างไกล หลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้วันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปี เป็น "วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ" กระทรวงสาธารณสุขและมูลนิธิพอ.สว. ได้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ ในการจัดกิจกรรมรณรงค์ทางทันตสาธารณสุขเนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ 21 ตุลาคม ถวายเป็นพระราชกุศล ในวันคล้ายวันพระราชสมภพ

        จากการรณรงค์ใน 48 จังหวัด พอ.สว. ได้ขยายการรณรงค์ครอบคลุมทั่วประเทศ และดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีเพื่อสุขภาพช่องปากของประชาชน แต่ละปีมีประชาชนนับแสนคนที่ได้รับบริการจากกิจกรรมรณรงค์ทางทันตสาธารณสุข เนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ โดยไม่คิดมูลค่าภายใต้ชื่องาน "สมเด็จย่าทรงพระเมตตา ให้ปวงประชามีฟันดี" และมีการพัฒนาคุณภาพการบริการ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ประชาชนได้รับความรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปากตนเองอย่าง ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

        ด้วยพระปรีชาสามารถและพระมหากรุณาธิคุณด้านทันตกรรม ทำให้ประชาชนโดยเฉพาะในถิ่นทุรกันดารและห่างไกลการคมนาคม ได้รับบริการบำบัดรักษาโรคในช่องปาก มีโอกาสได้รับความรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปากตนเอง จึงได้มีการทูลเกล้าฯ ถวายปริญญา ทันตแพทยศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ในปี พ.ศ. 2530 โดยมหาวิทยาลัยมหิดลและมหาวิทยาลัยขอนแก่น และในปี พ.ศ. 2533 โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และในวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2533 องค์การอนามัยโลก ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองแห่งสุขภาพดีถ้วนหน้าเป็นพระองค์แรกในประวัติการณ์ขององค์การ อนามัยโลก เพื่อประกาศพระเกียรติคุณอันสูงสุดที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอันทรงคุณ ค่าแก่งานสุขภาพอนามัยแห่งชาวโลกทั้งมวล

        ในปี พ.ศ. 2549 เป็นอีกครั้งหนึ่งที่กระทรวงสาธารณสุขและมูลนิธิพอ.สว. ได้จัดการรณรงค์ทางทันตสาธารณสุข เนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุขได้ประสานงานไปยังหน่วยบริการภาครัฐทุกแห่ง ทั้งในกระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย คณะทันตแพทยศาสตร์ทุกมหาวิทยาลัย ในการจัดบริการตรวจรักษาโรคในช่องปาก รวมทั้งการให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพช่องปากแก่ประชาชนโดยไม่คิดมูลค่า และร่วมกันถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่านพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2549 นอกจากนี้ยังได้จัดการรณรงค์ "สมเด็จย่าทรงพระเมตตา ให้ปวงประชามีฟันดี" เพื่อเปิดโครงการจัดการรณรงค์ทางทันตสาธารณสุขเนื่องในวันทันตสาธารณสุขแห่ง ชาติ ปี พ.ศ. 2549

        มีการจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จย่า จัดนิทรรศการเพื่อการดูแลสุขภาพและสุขภาพช่องปากที่กรมอนามัย เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2549 โดยมุ่งหวังว่าประชาชนทั่วไปจะรับรู้และร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีที่ทรงมีต่อวิชาชีพทันตกรรมและวันทันตสาธารณ สุขแห่งชาติ รวมทั้งได้รับความรู้ในการดูแลสุขภาพและสุขภาพช่องปากด้วยตนเอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่นำไปสู่การเป็นผู้สูงวัยที่มีสุขภาพแข็งแรงและคุณภาพ ชีวิตที่ดีตามยุทธศาสตร์ "เมืองไทยแข็งแรง" ของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติต่อไป
14  เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว / เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว / 21 ตุลาคม วันพยาบาลแห่งชาติ เมื่อ: 21 ตุลาคม 2554 01:13:25 pm






                         สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเสียสละอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชทรัพย์ เพื่อสร้างเสริมพัฒนาการแพทย์ การพยาบาล และการสาธารณสุขด้วยพระวิริยะอุตสาหะอย่างยิ่ง คณะรัฐมนตรีจึงให้ความเห็นชอบให้วันที่ 21 ต.ค. ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพเป็น "วันพยาบาลแห่งชาติ" ตั้งแต่ พ.ศ. 2533 เป็นต้นมา



"สมเด็จย่า" พระมิ่งขวัญพยาบาลทั่วไทย

                  ด้วยพระอุปนิสัยของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงมีพระเมตตา เอื้ออาทรอยู่เป็นนิจ ทรงสุภาพอ่อนโยน การที่ทรงเลือกศึกษาด้านวิชาชีพการพยาบาลนี้ จึงนับว่าถูกกับพระอุปนิสัยเป็นอย่างยิ่ง ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระบรมราชชนก ด้านการแพทย์ การพยาบาล และการสาธารณสุข มาโดยตลอด จึงโปรดเกล้าให้แพทย์และพยาบาลที่ตามเสด็จ ตรวจรักษาชาวบ้าน และตำรวจตระเวน ชายแดนทุกครั้งที่เสด็จเยี่ยมประชาชนในท้องที่ห่างไกล ทรงจัดตั้ง หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือชื่อย่อว่า "พอ.สว." ขึ้นเพื่อปฏิบัติงานร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดนเพื่อดูแลรักษาประชาชนในหมู่ บ้านห่างไกล นอกจากนี้ยังพระราช ทานทุนการศึกษาส่งเสริมนักศึกษาพยาบาลให้ได้รับการศึกษาต่อไปด้วย



ความเป็นมาของวันพยาบาลแห่งชาติ

        วันที่ 21 ตุลาคม เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในฐานะที่พระองค์ท่านทรงสำเร็จการศึกษาวิชาการพยาบาล และตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจในการพัฒนาสุขภาพอนามัย และคุณภาพชีวิตของประชาชนเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา และด้วยพระวิริยะอุตสาหะ นำสิริสุขแก่ปวงชนทุกก้าวพระบาทที่เสด็จไปถึง สมควรเป็นแบบอย่างแก่ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล ให้ตระหนักในภารกิจของวิชาชีพแห่งตนว่าเป็นงานบริการสุขภาพที่มีความสำคัญ และมีคุณค่าแก่สังคม ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าวแล้วนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้เสนอขอความเห็นชอบต่อคณะรัฐมนตรี ให้วันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปีเป็นวันพยาบาลแห่งชาติ ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2533 สภาการพยาบาล และสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ในนามของพยาบาลและผดุงครรภ์ทั้งประเทศถือเป็นสิริมงคลอันสูงยิ่ง และได้ร่วมกันจัดงานวันพยาบาลแห่งชาติ ในวันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปีนับแต่นั้นเป็นต้นมา

        การจัดงานวันพยาบาลแห่งชาติ ได้จัดขึ้นครั้งแรกในวันที่ 21 ตุลาคม 2533 โดย สภาการพยาบาล ร่วมกับสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย ฯ ในฐานะตัวแทนของผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ในประเทศไทยทุกคน เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี การจัดงานวันพยาบาลแห่งชาติในครั้งนั้น สภาการพยาบาลได้จัดทำกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย การจัดเดินเทิดพระเกียรติ การให้บริการตรวจสุขภาพ และให้คำปรึกษาด้านสุขภาพแก่ประชาชน การประชุมวิชาการ และพิจารณาคัดเลือกผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ให้ได้รับรางวัลพยาบาลดีเด่นในสาขาต่างๆ และได้จัดงานประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัลพยาบาลดีเด่น เป็นประจำต่อเนื่องกันมาทุกปี จนถึงปัจจุบัน

         นับแต่ปี 2543 เป็นต้นมา สภาการพยาบาลได้จัดตั้งรางวัลสมเด็จพระศรีนคริน ทราบรมราชชนนีขึ้น เพื่อมอบให้กับพยาบาลวิชาชีพ ผดุงครรภ์ ในประเทศเอเชียใต้ เอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ทั้งในระดับชาติ และนานาชาติในด้านการปฏิบัติงาน การวิจัย การศึกษา การบริหารทางการพยาบาล ที่ก่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยผู้ได้รับการพิจารณารับพระราชทานรางวัลประจำปี 2547 ได้แก่ ดร.ฮิโรมิ มินามิ พยาบาลจากประเทศญี่ปุ่น

         รางวัลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จึงเป็นพระอนุสรณ์ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ผู้ทรงมีคุณูปการล้นพ้นต่อการพยาบาลและการสาธารณสุขของไทย




ดอกปีบสัญลักษณ์พยาบาลไทย

         สภาการพยาบาลได้กำหนดให้ใช้ "ดอกปีบ" เป็นสัญลักษณ์ของพยาบาลไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ . 2534 เป็นต้นมา เนื่องจาก "ดอกปีบ" เป็นดอกไม้สีขาวที่มีกลิ่นหอม ต้นปีบเป็นไม้ยืนต้น ขึ้นได้ในที่ดินแห้งแล้ง ราก ลำต้น และดอกใช้เป็นสมุนไพรได้ เปรียบกับพยาบาลในชุดสีขาวผู้พร้อมที่จะประกอบคุณงามความดี ประดุจกลิ่นหอมของดอกปีบ และพร้อมที่สร้างประโยชน์เช่นเดียวกับการเป็นสมุนไพรของ "ดอกปีบ"

กิจกรรมวันพยาบาลแห่งชาติ

   1. การเดินเทิดพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

   2. จัดการประชุมวิชาการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันพยาบาลแห่งชาติ ใน


         การจัดกิจกรรมวันพยาบาลแห่งชาติของทุกปี ได้รับความร่วมมือและความสนับสนุนเป็นอย่างดียิ่งจากสมาชิกพยาบาลและผดุง ครรภ์ทั่วประเทศ เนื่องเพราะพยาบาลทุกคนต่างร่วมกันตั้งปณิธานที่จะปฏิบัติภารกิจตามรอย เบื้องพระยุคลบาทตลอดไปสมกับคำขวัญ วันพยาบาลแห่งชาติที่ว่า

"การพยาบาลก้าวไกล เพราะน้ำใจเหล่าพยาบาล เสียสละและบริการ ตามปณิธานสมเด็จพระบรมราชชนนี"

วัตถุประสงค์หลักการจัดงานวันพยาบาลแห่งชาติ

   1. เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในฐานะที่พระองค์ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อวิชาชีพการพยาบาล

   2. เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลได้ตระหนักและสำนึกในหน้าที่ เยี่ยงพระกรณียกิจที่พระองค์ทรงปฏิบัติเสมอมา

   3. เพื่อเป็นการเดินตามรอยพระบาทในการสร้างสรรค์สุขภาพดีถ้วนหน้าให้แก่ประชาชน

   4. เพื่อเป็นศูนย์รวมความสามัคคีของพยาบาลทั่วประเทศ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

- สภาพยาบาล   - BUDPAGE  ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สภาพยาบาล
15  เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว / เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว / 21 ตุลาคม วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ เมื่อ: 21 ตุลาคม 2554 01:12:40 pm






วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ  21 ตุลาคม ของทุกปี


                        เนื่องจาก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงมีพระปณิธานอย่างแรงกล้าที่จะฟื้นฟูความสมดุลของ ธรรมชาติ โดยทรงปลูกและบำรุงรักษาต้นไม้ด้วยพระองค์มาตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ในการ นี้พระองค์ทรง ให้ความสำคัญของการบำรุงรักษาต้นไม้ที่ปลูกว่ามีความสำคัญและน่าเป็นห่วง มากกว่าการปลูก และเพื่อเป็นการ แสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงงานพัฒนาชนบทของประเทศไทย โดยเฉพาะการฟื้นฟูสมดุลของธรรมชาติ    คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2533 กำหนดให้วันคล้ายวันพระราชสมภพของพระองค์ คือ วันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันบำรุงรักษาต้นไม้ประจำปีของชาติ และต่อมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ ดำเนินการระดมความเห็นจากบุคคลทั่วไปเพื่อกำหนดชื่อที่เหมาะสมสำหรับวันดัง กล่าว ปรากฏชื่อว่า "วันรัก ต้นไม้ประจำปีของชาติ" ได้รับการพิจารณาเสนอให้คณะรัฐมนตรีรับทราบแล้ว เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2533




วัตถุประสงค์

      1.เพื่อบำรุงรักษาต้นไม้ที่ปลูกไว้ตาม โครงการและสถานที่ต่าง ๆ รวมทั้งการปลูกซ่อมต้นที่ตายให้สามารถเจริญเติบโตขึ้นปกคลุมพื้นที่โดยเร็ว
   
      2.เพื่อชี้นำให้ประชาชนร่วมมือร่วมใจกันบำรุงรักษาต้นไม้ที่ปลูกไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ โดยพร้อมเพรียง

      3.เพื่อให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการบำรุงต้นไม้ที่ปลูกไว้ อันจะบรรลุวัตถุประสงค์ของการอนุรักษ์พื้นที่สีเขียว


      เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทิตาถวายเป็นราช สักการะแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยเข้าร่วมกิจกรรมในวันสำคัญดังกล่าว ซึ่งกรมป่าไม้ได้จัดให้มีการบำรุงต้นไม้ทุกปี

ที่มา .....www.aksorn.com

หน้า: [1] 2 3 ... 6


SimplePortal 2.3.3 © 2008-2010, SimplePortal